ข้อดีของการบริจาคโลหิต ได้บุญให้อิ่มอกอิ่มใจแล้ว ยังได้ประโยชน์กับสุขภาพอีกมากมาย

ข้อดีของการบริจาคlลือดที่นอกจากจะได้บุญให้อิ่มอกอิ่มใจแล้ว ยังแฝงประโยชน์กับสุขภาพแบบเนียน ๆ โดยเฉพาะช่วยlผาผลาญแคลอรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดีแบบนี้ไม่บอกต่อไม่ได้แล้วล่ะ

การสร้างบุญทำกุศลที่ดีที่สุดก็คือการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองนี่ล่ะค่ะ ซึ่งวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ก็คือการร่วมบริจาคlลือด ดังที่เราได้ยินคำเชิญชวนจากสภากาชาดไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าคนส่วนหนึ่งไม่กล้าบริจาคlลือด เพราะกลัวเข็ม กลัวจะเกิดผลเสียกับร่างกาย แต่ถ้าได้อ่านเรื่องที่เว็บไซต์ magforwomen นำมาฝากกัน จะรู้เลยว่าการเสียlลือดครั้งนี้ทำให้มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับสุขภาพมากกว่าที่คิด

1 ป้องกันโsคหัวใจ

โดยทั่วไปแล้วสาเหตุของโsคหลอดlลือดหัวใจนั้นก็มาจากเลือดที่มี­­­­ความหนืดผิดปกติ โดยมีผลมาจากการที่ในlลือดมีระดับธาตุเหล็กสูงจนเกินไป จนไปเกิดการออกซิเดชั่นและทำลายหลอดlลือดต่าง ๆ ในร่างกาย และทำให้เกิดอาการหัวใจ ว า ย ในที่สุด การบริจาคlลือดจะช่วยลดความเสี่ยงหัวใจ ว า ย และโsคหลอดlลือดหัวใจ­­­­ได้ เพราะการบริจาคlลือดจะสามารถช่วยลดระดับธาตุเหล็กในร่างกาย ให้อยู่ในระดับที่ปกติได้

2 เผาผลาญแคลอรี

การบริจาคlลือดเพียงครั้งเดียวสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 650 แคลอรี ซึ่งเป็นผลดีกับการควบคุมน้ำหนักเลยเชียวล่ะ เรื่องนี้ Drcarebear คุณหมอคนดังแห่งโลกไซเบอร์ก็เคยบอกไว้ด้วยนะ แต่ก็­อย่าคิดจะบริจาคlลือดเพื่อหวังลดน้ำหนักเชียว เพราะการบริจาคlลือดแต่ละครั้งต้องห่างกัน 2ถึง 3 เดือน เป็นอย่างต่ำค่ะ แถมถ้าสุขภาพไม่แข็งแรงก็ไม่สามารถบริจาคlลือดได้อีกด้วย

3  ลดความเสี่ยงโsคมะเร็ง

ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายที่สูงเกินไปนอกจากจะส่งผลให้เกิดโsคเ­­­­กี่ยวกับระบบหลอดlลือดหัวใจแล้ว ก็ยังทำให้เกิดโsคมะเร็งได้อีกด้วย เพราะระดับธาตุเหล็กที่สูงในร่างกายจะทำให้สารอนุมูลอิสระเพิ่ม­­­­มากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายแปรสภาพกลายเป็นเซลล์มะเร็งนั่นเอง การบริจาคlลือดจะช่วยลดปริมาณธาตุเหล็กในเลือดให้อยู่ในระดับที­­­­่ปกติ และทำให้ความเสี่ยงลดลง

ใครสามารถบริจาคlลือดได้บ้าง

1 ต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป

2 ต้องมีอายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี

3 ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโsคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบาย หรือกำลังรับประทานยาใด ๆ

4 ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง ท า ง เ พ ศ หรือติ ด ย า l ส พ ติ ด

5 สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

เตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนไปบริจาคlลือด

1 ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต

2 ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้ อั ก เ ส บ ใด ๆ

3 รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารที่ประกอบด้วยกะทิ แกงต่าง ๆ ของทอด ของหวาน ฯลฯ เนื่องจากจะทำให้สีพลาสมาผิดปกติ เป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้

4 ดื่มน้ำ 3 ถึง 4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต

5 งดเครื่องดื่มที่มี แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ก่อนมาบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง

6 งด สู บ บุ ห รี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ ป อ ด ฟ อ ก โ ล หิ ต ได้ดี

7 ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว

การบริจาคlลือดนอกจากจะเป็นการทำบุญที่ดีแล้วก็ยังมีประโยชน์กั­­­­บสุขภาพมากถึงเพียงนี้เลยล่ะ ได้ประโยชน์ดี ๆ 2 ต่อแบบนี้ ทำใจให้สบาย ๆ แล้วไปบริจาคต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันค่ะ แต่ก็อย่าลืมว่าก่อนบริจาคlลือดควรสังเกตตัวเองด้วยว่าพร้อมหรือไม่ เพร­าะถ้าหากร่างกายของเราไม่พร้อมแล้วยังดันทุรังไปบริจาคlลือด อาจเกิดผลเสียกับร่างกายได้เหมือนกัน

ที่มา Kapook